Wednesday, January 25, 2006

ตลาดน้ำอัมพวา

ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเล่น แถวคลองอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อราว 2 เดือนก่อน เพราะเนื่องจากต้องพาชาวบ้านไปดูวิถีชิวิตและรูปแบบการตั้งถิ่นฐานริมคลอง เพื่อให้พวกเขาเกิดไอเดียในการอยู่อาศัยร่วมกันกับน้ำ เพราะชาวบ้านแถวที่ผมทำโปรเจคอยู่นั้นชอบคิดว่าแบบบ้านจัดสรรที่เห็นเกลื่อนกลาดตามแม็คกาซีน เป็นความดีและความงามอยู่ในตัวเองแล้ว

ผมนั้นได้ยินเรื่องสถาปัตยกรรมริมน้ำและการกลับมาของตลาดน้ำแบบแท้ๆ (ที่ไม่ใช่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก) ที่หากมีคนถามว่าจะดูตลาดน้ำที่เป็นวิถีชิวิตริมคลองจริงๆ แล้วจะหาดูได้ที่ไหน เค้าบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่าให้ไปดูที่คลองอัมพวา ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ การเข้ามาบูรณะอาคารริมน้ำบางหลังของ UNESCO

อันที่จริงตลาดน้ำอัมพวากลับมาคึกคักนั้นก็เพราะเป็นการท่องเที่ยว ที่เรียกว่ากลับมานั้นเพราะเมื่อก่อนมันคึกคักจริงๆ เนื่องจากเป็นชุมทางการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่าง บางกอก กับราชบุรีและเพชรบุรี แต่เมื่อมีถนนตัดผ่านชุมชนริมน้ำก็ตายไปด้วยเพราะไม่มีใครใช้เรือค้าขายแล้ว

การกลับมาของอัมพวาไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติแน่ๆ หากแต่เพราะการนิยามความหมายเรื่องวัฒนธรรมชุมชนใส่ไปพร้อมกับวิถีชีวิตบางอย่างที่คนเมืองไม่ค่อยจะได้เห็นแล้ว เช่น บรรยากาศการขายของริมน้ำ การดูหิ่งห้อย (ที่เสียค่าเรือไปดูแบบเหมาลำละ 600 บาท)

ภายใต้วาทกรรมการท่องเที่ยวผมว่าไม่ทำให้อะไรเป็นของแท้ไปได้ ทำได้แค่พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตเท่านั้น อันที่จริงจะแท้หรือไม่ ผมก็ว่าไม่ค่อยจะสลักสำคัญเท่าไรนัก ผมคิดว่ามันสำคัญที่ชาวบ้านอยากได้หรือไม่ต่างหาก

ส่วนตัวผมว่าเขาอยากได้เพราะว่ามันทำให้เศรษฐกิจแถวนี้สะพัด ได้ข่าวว่าหลายบ้านเริ่มกลับมาต่อเรือเอาของไปขายบ้างแล้ว บ้างก็เอาไปนำเที่ยวตามคลองก็มี

อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวนั้นเป็นแฟชั่นกลายๆ หมายความว่าพึ่งพิงเม็ดเงินจากภายนอกเกินไป สิ่งที่ผมอยากเห็นมากกว่าคือคนอัมพวาที่ซื้อขายของกันริมน้ำจริงๆ ที่มีปริมาณไม่ต้องมากแต่หล่อเลี้ยงชีวิตในชุมชนได้ เมื่อยามที่กระแสการท่องเที่ยวจากไปจะได้ไม่เอาเรือไปเผาถ่านขายอีก

พี่ปื้ด (นามสมมติ) บอกผมว่า ชาวบ้านร่ำๆ จะตัดต้นลำพูที่มีหิ่งห้อยมาบินวนมากมายแล้ว เพราะว่า เบื่อนักท่องเที่ยวที่ชอบมาดูหิ่งห้อยหน้าบ้านทุกวัน

“หนวกหูโว้ย..............กูจะนอน”

4 Comments:

At January 26, 2006 10:20 PM, Blogger vok89 said...

ความจริง มันก็ไม่เลวน่ะ ถึงจะปลอม ก็ยังดีกว่าไม่มีเหลือเลย

อยากไปเหมือนกัน มีแต่คนเคยไปแล้วทั้งนั้นเลย อิจฉา

 
At January 27, 2006 9:13 AM, Blogger carré de mim said...

บอกเค้าว่าอย่าเพิ่งตัดเลย ต้นลำพูน่ะ
รอมิม้ไปดูก่อนละกัน

 
At January 27, 2006 10:16 PM, Anonymous Anonymous said...

I just went there too in December. This place is getting popular. I went boat-riding and saw a lot of new development of resorts and luxurious hotels along Mae-Klong River and Ampawa Canal. Just hope it wouldn't be developed too quickly though.

 
At June 26, 2006 1:06 AM, Anonymous Anonymous said...

สวัสดีค่ะ
แวะผ่านเข้ามาตอนกำลังเสิร์ชข้อมูลเรื่องตลาดน้ำอัมพวาพอดี
กระแสการท่องเที่ยวที่พัดพาเข้ามาย่อมพัดให้วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นเปลี่ยนไป
หลายปีแล้วที่ตั้งใจจะไป ปลายโพงพาง แต่จากเสียงบอกเล่าของผู้มีปรนะสบการณ์
ก็บอกว่ากลายเป็นธุรกิจหมดแล้ว
บางทีอาจต้องย้อนดูว่า คนที่ไปดู ต้องการไปดูอะไร...
ไปอย่างมิตรที่ใคร่เรียนรู้วิถีชีวิตอีกแบบ
หรือไปอย่างราชานักท่องเที่ยว ที่กิน เที่ยว ถ่ายรูป แล้วก็เสร็จ
เรื่องอย่างนี้พูดยากจัง....
แต่ถ้าช่วยกันรักษาสิื่งที่มีไว้ได้ โดยไม่ทำลายมันให้ย่อยยับ
ก็น่าจะดีเนอะ

 

Post a Comment

<< Home